เค้าโครงวิทยานิพนธ์
ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงข้อมูลของผู้บริหารสถานศึกษากับการจัดการช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุกโดยใช้สารสนเทศรายบุคคล
ข้อมูลวิทยานิพนธ์
ระดับปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
"การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงข้อมูลของผู้บริหารสถานศึกษากับการจัดการช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุกโดยใช้สารสนเทศรายบุคคล ในบริบทโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม"
1. ชื่อเรื่องการวิจัย
ชื่อเรื่องภาษาไทย: ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงข้อมูลของผู้บริหารสถานศึกษากับการจัดการช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุกโดยใช้สารสนเทศรายบุคคล: กรณีศึกษาโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: The Relationship Between Data-Informed Leadership of School Administrators and Proactive Student Support Management Using Individual Student Information: A Case Study of Chiang Yuen Pittayakom School
2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
- 1วัตถุประสงค์ข้อ 1เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ของครูต่อภาวะผู้นำเชิงข้อมูลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม
- 2วัตถุประสงค์ข้อ 2เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ของครูต่อการจัดการช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุกโดยใช้สารสนเทศรายบุคคล โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม
- 3วัตถุประสงค์ข้อ 3เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ของครูต่อภาวะผู้นำเชิงข้อมูลของผู้บริหารสถานศึกษากับการรับรู้ของครูต่อการจัดการช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุกโดยใช้สารสนเทศรายบุคคล
- 4วัตถุประสงค์ข้อ 4เพื่อศึกษาแนวทางการใช้ข้อมูล ปัญหา อุปสรรค และแนวทางพัฒนาการจัดการช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุกจากมุมมองของผู้บริหารสถานศึกษา
- 5วัตถุประสงค์ข้อ 5เพื่อบูรณาการผลการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารจัดการช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม
3. ขอบเขตเนื้อหา
การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาเนื้อหาหลัก 2 ตัวแปร ดังนี้ ตัวแปรที่ 1: ภาวะผู้นำเชิงข้อมูลของผู้บริหารสถานศึกษา 1. การกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายการใช้ข้อมูล 2. การวิเคราะห์และตีความข้อมูล 3. การใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ 4. การติดตาม ตรวจสอบ และใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงงาน ตัวแปรที่ 2: การจัดการช่วยเหลือนักเรียนเชิงรุกโดยใช้สารสนเทศรายบุคคล 1. การรู้จักนักเรียนรายบุคคลและการระบุความเสี่ยง 2. การวางแผนส่งเสริมและช่วยเหลือนักเรียน 3. การประสานงานและการส่งต่อนักเรียน 4. การติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงการช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังศึกษาประเด็นเชิงคุณภาพ ได้แก่ แนวทางการใช้ข้อมูลของผู้บริหาร ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน การคุ้มครองข้อมูลนักเรียน และข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
หมายเหตุ: องค์ประกอบทั้ง 2 ตัวแปรเป็นกรอบเบื้องต้น ซึ่งควรตรวจสอบกับเอกสารทางวิชาการและผู้เชี่ยวชาญก่อนสร้างเครื่องมือฉบับสมบูรณ์
4. ขอบเขตประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
- 101 คนรายละเอียด
ครู
เก็บข้อมูลเชิงปริมาณ โดยเชิญประชากรทั้งหมดที่เข้าเกณฑ์
Total Population Sampling
- เก็บข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ
- 1 คนรายละเอียด
ผู้อำนวยการสถานศึกษา
สัมภาษณ์เชิงลึก
Purposive Sampling
- สัมภาษณ์เชิงลึกเพื่ออธิบายและขยายความผลเชิงปริมาณ
- 3 คนรายละเอียด
รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
สัมภาษณ์เชิงลึก
Purposive Sampling
- สัมภาษณ์เชิงลึกตามบทบาทหน้าที่และความเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการช่วยเหลือนักเรียน
5. วิธีดำเนินการวิจัย
- 1ระยะที่ 1 การวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มผู้ให้ข้อมูล: ครู 101 คน เครื่องมือ: แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ การตรวจสอบ: ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือด้วย IOC และความเชื่อมั่น การวิเคราะห์: ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วย Pearson's r หรือ Spearman's rho
- 2ระยะที่ 2 การวิจัยเชิงคุณภาพกลุ่มผู้ให้ข้อมูล: ผู้บริหาร 4 คน เครื่องมือ: แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ประเด็นสัมภาษณ์: การใช้ข้อมูล แนวทางดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และแนวทางพัฒนา การวิเคราะห์: วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
- 3การบูรณาการผลการวิจัยนำผลจากแบบสอบถามและการสัมภาษณ์มาเปรียบเทียบและสังเคราะห์ร่วมกัน เพื่ออธิบายข้อค้นพบและจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาการบริหารจัดการช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน (Explanatory Sequential Mixed Methods Design: QUAN → QUAL)